ทักษะทางการเงินที่เราควรมี

05:58
คนเรามักจะคิดว่า ถ้าอยากรวย มีฐานะที่มั่นคง ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้จ่าย ทักษะที่จำเป็นคือ "การหาเงิน" แท้จริงแล้ว ยังมีทักษะด้านอื่น ๆ อีก ที่ผู้ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินพึงมี

เคล็ดลับความสำเร็จ จาก "โสเครติส"

06:50
โสเครติส Socrates (469 B.C. - 399 B.C.)

เด็กหนุ่มไปถามโสเครติส

"เคล็ดลับความสำเร็จคืออะไร"

จอมปราชญ์บอกเด็กหนุ่มให้มาหาเขาใหม่ที่ริมน้ำวันพรุ่งนี้
เมื่อพบกันในวันถัดมา โสเครติสชวนเขาคุยพร้อมกับเดินลุยลงน้ำ
พอเขาเผลอ ในทันใดโสเครติสจับศีรษะเด็กหนุ่มกดน้ำ
รอจนเขาทนแทบไม่ไหวจึงดึงศรษะขึ้นมา
เขาหายใจพะงาบ ๆ แล้วหายใจเข้าไปเต็มปอด

จอมปราชญ์ถามเขา

"ตอนอยู่ใต้น้ำ เจ้าต้องการอะไร"

เด็กหนุ่ม "ผมอยากมีอากาศหายใจครับ"

โสเครติสสรุป

"ถ้าเจ้าปรารถนาสิ่งที่เจ้าต้องการ
เหมือนกับที่เจ้าต้องการอากาศมาหายใจตอนอยู่ใต้น้ำ
เจ้าจะประสบความสำเร็จ ความต้องการอย่างแรงกล้าที่สุด คือเคล็ดลับ"
เริ่มต้นเล่นหุ้น: การเล่นหุ้นมีกี่แบบ ควรเล่นแบบไหนดี

เริ่มต้นเล่นหุ้น: การเล่นหุ้นมีกี่แบบ ควรเล่นแบบไหนดี

02:41
สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับตลาดหุ้น อาจจะกลัวตลาดหุ้น โดยมองว่าเป็นสถานที่ที่เสี่ยง อันตราย มีโอกาสทำให้หมดตัวได้ ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง สำหรับผู้ที่หลับหูหลับตา "เล่น" อย่างเดียว ไม่ยอมเปิดหูเปิดตา รับความรู้ ศึกษาข้อมูลบริษัทเพิ่มเติม

ในตลาดหุ้นนั้น แต่ละคนจะสไตล์การ "ลงทุน" ของตัวเอง จริง ๆ แล้วแบ่งเป็นหลายกลุ่มมาก ๆ แต่เดี๋ยวผมจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ให้มองเห็นภาพกันชัด ๆ

นักลงทุนในตลาดหุ้น แบ่งได้เป็นกี่ประเภท (ใหญ่ๆ)

1. Day Trader
กลุ่มนี้เรียกสั้น ๆ ว่า "เดย์เทรด" คือเล่นหุ้นรายวัน ซื้อมาขายไป ส่วนมากจะเล่นหุ้นตามข่าว ข่าวดีมาก็ซื้อ ราคาขึ้นก็ขาย กลุ่มนี้มักไม่ถือหุ้นนาน อาจไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่ถึงชั่วโมง อย่างมากก็ไม่เกินสัปดาห์ ถ้าหุ้นตัวที่ซื้อมาราคาตก ก็รีบขาย Cut Loss (ตัดขาดทุน) ก่อนที่จะลงไปมากกว่าเดิม และทำให้ขาดทุนมากขึ้น

นักลงทุนกลุ่มนี้จะไม่สนใจบริษัทจดทะเบียนที่ตนซื้อ บางที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหุ้นตัวที่ซื้อไปทำกิจการอะไร ขายอะไร ใครเป็นผู้บริหาร ฯลฯ ถือเล่นตามข่าว อาจเป็นข่าวทางสื่อทั่วไป หรือข่าววงในจากนักปั่นหุ้น

นักลงทุนกลุ่มนี้มักซื้อหุ้นตอนหุ้นขึ้น (หรือมีข่าวว่าจะขึ้น) พอขึ้นไปซักระดับหนึ่งที่ต้องการแล้วก็จะขายทำกำไร ความเสี่ยงคือถ้าขายไม่ทันนั้น จะทำให้ขาดทุนและเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

2. Value Investor
กลุ่มนี้มีชื่อเรียกสั้น ๆ เหมือนกัน โดยเรียกว่า "แนว VI" กลุ่มนี้ลงทุนในคุณค่าของหุ้น กล่าวคือ จะมองแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัท มองอนาคตของธุรกิจที่มีแนวโน้มจะเติบโต เพื่อเพิ่มมูลค่าของหุ้นต่อไป กลุ่มนี้มักศึกษาข้อมูลบริษัที่สนใจเป็นอย่างดีก่อน ทั้งลักษณะกิจการ งบการเงิน ผู้บริหาร จากนั้นเมื่อเจอตัวที่เห็นว่าดีแล้ว ก็จะซื้อหุ้น แล้วถือยาว รอรับปันผล ระหว่างที่ถือนั้นก็จะติดตามข้อมูลของบริษัทว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าบริษัทมีพื้นฐานดีขึ้น เช่นบริษัทได้รับการต่อสัญญาสัมปทาน ถือเป็นข่าวดี อาจจะซื้อหุ้นเพิ่ม (หรืออยู่เฉย ๆ ก็ได้) ถ้าบริษัทมีพื้นฐานแย่ลง อย่างเปลี่ยนตัวผู้บริหาร (CEO) ไปเป็นคนที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่มีคุณธรรม ขาดความซื่อตรง ผู้ถือหุ้น แนว VI นั้น อาจพิจารณาขายหุ้นไป เป็นการปรับพอร์ท เพราะถือว่าพื้นฐานบริษัทเปลี่ยน ไม่เป็นหุ้นที่ดี ที่น่าถืออีกต่อไป

นักลงทุนแนว VI นี้ส่วนมากจะลงทุนในระยะยาว หลายคนอาจมองว่าไม่ทันใจ แต่เอาแน่นอนไว้ก่อน นักลงทุนกลุ่มนี้ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน แต่น้อยกว่ากลุ่ม Day Trade มีความเสี่ยงส่วนที่เรากำจัดออกไปได้ คือเรารู้ข้อมูลมากขึ้น เราจะยิ่งมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น นอนหลับสบาย เป็นการลงทุนที่ไม่กระทบสุขภาพจิต

นักลงุทนแนว VI อาจปรับพอร์ทการลงทุนบ้าง เช่น ถ้าราคาหุ้นตัวที่ซื้อไว้นั้น มีราคาสูงเกินพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัทมากเกินไป ก็อาจจะตัดขายไปบางส่วน เพื่อลดต้นทุน และถือส่วนที่เหลืออยู่อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น (เพราะต้นทุนลดลง มีเงินเหลือไปลงทุนซื้อตัวอื่นได้)


ควรลงทุน เล่นหุ้น แบบไหนดี ?

ทั้งสองกลุ่มที่ได้แบ่งไว้นั้นคือกลุ่มใหญ่ ๆ ที่จริงมีกลุ่มนักลงทุนอีกหลายกลุ่มย่อย ๆ และยังมีกลุ่มนักลงทุนที่เป็นสถาบัน กองทุนทั้งไทยและต่างชาติ อีกเยอะแยะครับ แต่ที่ยกมานั้น คือกลุ่มรายย่อย พอเป็นแนวทางสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นหุ้นครับ ส่วนคำถามที่ว่าควรเล่นแบบไหนดีนั้น ต้องถามตัวเองว่าชอบแบบไหน ต้องการแบบไหน รับความเสี่ยงได้ขนาดไหน (คือเอาเงินจากไหนมาลงทุน เงินเย็นขนาดไหน ถ้าเสียไปเพราะขาดทุนจะเดือดร้อนหรือไม่) ผมไม่สามารถคิดแทนใครได้ว่าเล่นแบบไหนดี อยู่ที่บุคลิคภาพของแต่ละคนมากกว่าว่าชอบแบบไหน

การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องสนุก น่าลองให้ครบ ๆ ทุกแนวเหมือนกัน (ถ้าไม่รีบเจ๊งไปซะก่อน อิอิ ล้อเล่นครับ) ลองพิจารณาศึกษาดู คงจะค้นพบตัวเองซักวัน

พบกันใหม่บทความหน้าครับ : )

- pizad_sura -
เริ่มต้นเล่นหุ้น ทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

เริ่มต้นเล่นหุ้น ทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

04:33
ถ้าอยากเล่นหุ้น จริง ๆ อย่างแรกสุดที่ควรทำคือ "หาหนังสือมาอ่านเยอะ ๆ" หรืออย่างน้อยก็อ่านศึกษาเอาในเว็บบอร์ด ให้รู้มากพอสมควร เพราะการเล่นหุ้นนั้น มีความเสี่ยงมาก หากไม่มีความรู้ ย้ำว่า หากไม่มีความรู้นะครับ เพราะสิ่งที่เราจะเอาไปเล่น คือเงินของเรา เราต้องศึกษาให้ดี

มีท่านหนึ่งเคยตอบคำถามเกี่ยวกับการเล่นหุ้นไว้ว่า หากมีเงิน 20,000 บาทแล้วอยากเล่นหุ้น ควรทำอย่างไร คำตอบคือ เอาเงิน 16,000 บาท ไปซื้อหนังสือมาอ่าน แล้วเอา 4,000 บาทที่เหลือ ไปกินเบียร์ (อิอิ) แล้วหลังจากนั้นก็รู้เอง ว่าควรจะทำอย่างไร

อย่ากังวลกับจำนวนเงินเริ่มต้นในการเล่นหุ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นหุ้นไม่ใช่เงินครับ แต่คือ "ความรู้" และ "ประสบการณ์" ตลาดหุ้นนั้น ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่เราจะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับมัน ถ้าเรามีความรู้ มีประสบการณ์มากพอ

ทีนี้หลังจากผมพร่ำบ่นมานาน ก็จะบอกเกี่ยวกับขั้นตอนการเล่นหุ้นซักที

การเปิดบัญชีหุ้น
การเล่นหุ้น หรือเทรดหุ้นนั้น เราต้องมีบัญชีหุ้นก่อนครับ บัญชีนั้น มี 2 แบบ คือบัญชีแบบ cash กับแบบ cash balance ต่างกันอย่างไรนั้น เราไปดูกันครับ

บัญชี cash นั้น ทาง broker จะดู profile ของเราและ พิจารณาวงเงินที่เราสามารถซื้อหุ้นได้ ซึ่งซื้อก่อน แล้วค่อยเอาเงินไปเข้าทีหลังได้ (เปรียบเหมือนโทรศัพท์มือถือแบบรายเดือน ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง)

บัญชี cash balance คือบัญชีเงินสด เราต้องเอาเงินเข้าบัญชีหุ้นก่อน (โอนเข้าไป) แล้วจึงจะสามารถซื้อหุ้นได้ (เปรียบเหมือนโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน เติมก่อน ค่อยใช้) ซึ่งผมแนะนำแบบนี้มากกว่า สำหรับมือใหม่ มันปลอดภัย และง่ายกว่า

ค่าสมัครเปิดบัญชีหุ้น?
หลายคนอาจกังวล ว่าเอ๊ะ ค่าเปิดบัญชีหุ้นนี่ แพงรึเปล่า ไม่ครับ ไม่แพงเลย การเปิดบัญชีหุ้นแบบ cash balance หรือการเปิดบัญชีหุ้นที่เทรดทางอินเตอร์เนตนั้น เสียค่าสมัครแค่ 30 บาทเท่านั้น เป็นค่าไปรษณีย์อากร

เปิดที่ไหนดี ?
โบรคเกอร์ หรือบ.หลักทรัพย์นั้น มีหลายแห่งมาก ๆ ให้เลือก ดูก่อนนะครับ ก่อนเปิด เอาสะดวก และสบายใจของเรา และที่ทุกคนต้องรู้คือ บางแห่งมีคิดค่าคอมมิสชั่นขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน บางทีก็ไม่คิดครับ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่า เชิญเลือกชมได้ที่นี่ครับ >> รายชื่อ Broker ในประเทศไทย

เปิดแล้วนานแค่ไหนถึงใช้งานได้ ?
การเปิดบัญชีหุ้นต่างกับการเปิดบัญชีธนาคารนิดนึงตรงที่ เปิดแล้วไม่สามารถใช้งานได้เลย ต้องรอประมาณ 1 อาทิตย์ ไม่เกินนี้ครับ ใครต้องการใช้งานก็เปิดไว้แต่เนิ่น ๆ ครับ จะได้สะดวก หลังจากรอซักพัก มาร์เก็ตติ้ง (คนที่ดูแลเรา) จะติดต่อกลับมาหาเรา พร้อมให้ข้อมูล login และช่องทางการซื้อหุ้น เราอาจจะเทรดเองทางอินเตอร์เนต ทางมือถือ ซึ่งค่าคอมมิสชั่นจะถูกกว่า หรือโทร.ไปสั่งให้มาร์เก็ตติ้งซื้อให้ก็ได้ครับ ค่าคอมมิสชั่นจะแพงกว่า

การเริ่มต้นเล่นหุ้นคงจบบทความไว้แค่นี้ ส่วนการเลือกหุ้น หรือเรื่องต่าง ๆ ไว้วันหลังครับ ^^
วิจารณ์หนังสือ ตีแตก โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

วิจารณ์หนังสือ ตีแตก โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

22:53
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร สอนแนวทางการเป็น Value Investor หรือการลงทุนที่เน้นคุณค่าในตัวหุ้น

ในหนังสือเล่มนี้ได้บอกวิธีการเลือกหุ้น การดูหุ้นแต่ละตัว การวิเคราะห์หุ้นกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นหนังสือที่ผู้เริ่มต้นเล่นหุ้นควรอ่านยิ่งนัก เพราะได้สอนตั้งแต่พื้นฐานการดูบริษัท การดูงบบริษัทง่าย ๆ

แม้หนังสือเล่มนี้จะเขียนมากว่า 10 ปีแล้ว เนื้อหาก็ยังไม่ล้าสมัย สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างดี